ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ผิวสวยนุ่ม ชุ่มชื่น ไม่กลัวแดดด้วยนีเวียโลชั่น

 ผิวสวยนุ่ม ชุ่มชื่น 

ไม่กลัวแดดด้วยนีเวียโลชั่น


ไหน ๆ ใครเคยเป็นแบบผู้เขียนบ้างคะ ผู้หญิงสวยอย่างเรา ผิวมักจะบอบบาง สัมผัสอะไรก็แพ้ง่าย

นอกจากแพ้ง่ายแล้ว เวลาทาอะไรบนผิวก็จะรู้สึกเหนอะหนะ จริงไหมคะ


ดังนั้น ไม่ว่าจะโลชั่นยี่ห้อไหน หรือครีมชนิดใด ๆ ไม่เค้ย..ไม่เคยได้สัมผัสผิวอันบอบบางน่าทะนุถนอมของผู้เขียนอย่างแน่นอน


แต่แสงแดดเมืองกรุงเทพฯ ก็เป็นเหตุ

ลูกสาวบอกแม่ ๆ แดดแรงขนาดนี้ แม่ช่วยดูแลผิวหน่อยนะ หนูอยากให้ผิวแม่ชุ่มชื่น ว่าแล้วก็หยิบขวดโลชั่นส่งให้ คือ เรื่องบำรุงผิวพรรณต้องยกให้นางค่ะ


แม่ยุคใหม่อย่างเรา ก็เกรงใจลูกสิคะ

เอ๊ย..ไม่ใช่ค่ะ...ไม่ใช่ แม่อย่างเราสัมผัสได้ถึงความห่วงใยของลูก จึงต้องจำยอมทำตามที่ลูกแนะนำ 

… แม่ลองก็ได้แต่มีข้อแม้คือ ถ้าเหนอะหนะผิว แม่ล้างออกเลยนะ นั่นแหละ ผิวของผู้เขียนจึงได้สัมผัสกับโลชั่นขวดนี้


นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไวท์ รีแพร์ แอนด์ โพรเทค โลชั่น SPF30 PA++

ภาพประกอบ 1 ผู้เขียนถ่ายเอง


ก่อนจะใช้มาดูรายละเอียดบนฉลากผลิตภัณฑ์กันก่อนดีกว่า

เมื่ออ่านรายละเอียดแล้ว ทำให้รู้ว่านีเวียโลชั่นขวดนี้เป็นโลชั่นกันแดดที่ช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายของแสงแดด ไม่ทำให้ผิวหมองคล้ำ ช่วยให้ผิวสดใส และที่สำคัญผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณแล้ว อืม…ดีงาม ตอบโจทย์มาก ๆ ค่ะ


อ่านรายละเอียดได้ที่ลิ้งค์นี้เลยค่ะ

🔜https://raka.is/r/NM9D


ความเป็นมาของ NIVEA*

NIVEA แบรนด์นี้เราได้ยินชื่อมานานมาก  NIVEA มีกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1911 ที่ประเทศเยอรมันนี ปีนี้ 2020  NIVEA มีอายุ 109 ปีแล้วค่ะ เป็นแบรนด์ที่มุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลผิวโดยเฉพาะ


ชื่อ NIVEA หมายถึง "หิมะ" หรือ "ขาวดั่งหิมะ" ถ้าอยากผิวขาวสวย ก็ควรให้นีเวียช่วยดูแลผิวของเราสิคะ 


เพื่อน ๆ สามารถเข้าไปดูความเป็นมาของนีเวียได้ตามลิ้งค์นี้ค่ะ

*ที่มา ประวัติ นีเวีย


ภาพประกอบที่ 2 ผู้เขียนถ่ายเอง


ขวดนี้ค่ะที่ลูกส่งให้

นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไวท์ รีแพร์ แอนด์ โพรเทค โลชั่น SPF30 PA++


วิธีการใช้

ใช้ลูบไล้ทั่วเรือนร่างบ่อยครั้งตามต้องการ    

ส่วนตัวผู้เขียนใช้ทาแขน ทามือ



ภาพประกอบที่ 3 ผู้เขียนถ่ายเอง

กดหัวปั้มให้ครีมออกมาตามต้องการ


ภาพประกอบที่ 4 ผู้เขียนถ่ายเอง

ลูบไล้ให้ทั่วผิว เนื้อโลชั่นจะซึมสู่ผิวเหมือนเป็นฟิมล์เคลือบผิว ให้สัมผัสที่นุ่มนวล


ผลลัพธ์

เพื่อน ๆ คงอยากรู้แล้วใช่ไหมคะ ว่าเมื่อทานีเวียโลชั่นแล้ว ผลออกมาเป็นอย่างไร 


เริ่มจากตอนกดหัวปั๊มขวดโลชั่นเลยนะคะ กดง่ายมาก กดเบา ๆ โลชั่นก็ออกมาแล้ว ไม่ต้องออกแรงเยอะ


เนื้อโลชั่นเหลวไม่ข้นมาก มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ไม่ฉุน พอลูบไล้ไปที่ผิวก็ซึมเข้าผิวอย่างรวดเร็ว ไม่เหนอะหนะ เมื่อถูกเสื้อผ้าก็ไม่เลอะ ไม่เป็นคราบ ผิวที่ทาโลชั่นให้สัมผัสที่แห้ง ผิวนุ่มชุ่มชื่นตลอดวัน สัมผัสแล้วนุ่มจริง ๆ ที่ดีใจมากคือผิวไม่แพ้ค่ะ (อย่างที่นึกกลัวในตอนแรก) เวลาที่ต้องโดนไอแดดบ้าง ผิวก็ไม่หมองคล้ำ ตอนนี้คือใช้ทั้งตอนเช้าและก่อนนอน ผิวนุ่มชุ่มชื่น เบาสบายตลอดวันเลยค่ะ 


งานนี้ต้องขอบคุณลูกสาวที่คอยห่วงใยผิวพรรณของแม่ "ถ้าแม่ไม่ดื้อ ผิวแม่จะสวยกว่านี้" ลูกสาวกล่าวไว้ 


ขวดบรรจุพลาสติคหัวปั๊ม

ปริมาณสุทธิ 350 มล.

ราคา 199 บาท


ภาพประกอบที่ 5 ภาพแคปสกรีนหน้าจอ


สำหรับเพื่อน ๆ ที่มีผิวบอบบาง และไม่ค่อยได้ดูแลผิว แนะนำให้ลองใช้ค่ะ แล้วคุณจะสัมผัสได้ถึงผิวที่ชุ่มชื่นนุ่มนวลขึ้นกว่าเดิม

ผิวของเรา เราต้องดูแลนะคะ


ถ้าเพื่อน ๆ สนใจ กดเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิ้งค์นี้ค่ะ 

🔜https://raka.is/r/NM9D


แนะนำการดูแลผิวสวยแล้ว ผู้เขียนก็ขอตัวไปทำต้นทับทิมจากดินญี่ปุ่นต่อเลยนะคะ ทับทิมดินญี่ปุ่นเป็นอย่างไร กดดูได้ที่นี่ค่ะ 🔜 ต้นทับทิมดินญี่ปุ่น


ขอบคุณทุกกำลังใจที่แวะเข้ามาทักทายนะคะ


พี่จิน


#รับเขียนบทความ #รับรีวิวสินค้า

#สอนทำจำปีจำปาจากดินไทย


ช่องทางติดตามผลงาน


Facebook: Phaka Tip


Blog :Happiness blog


Blockdit: เล่าจากใจ by พี่จิน


Tiktok: Haveavacation

ความคิดเห็น

  1. คำตอบ
    1. ใช้ดีจริง ๆ ค่ะ ขอบคุณกำลังใจจากพี่แหม่มนะคะ💕

      ลบ
  2. ลูกสาวห่วงใยคุณแม่น่ารักจังค่ะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขอบคุณค่ะ พี่ปูเจแปน ผิวสวยเพราะลูกเลยค่ะ 💕

      ลบ
  3. เดี๋ยวต้องลองใช้บ้างแล้วค่ะ

    ตอบลบ
  4. เหมาะกับอากาศช่วงนี้พอดีเลยค่ะ

    ตอบลบ
  5. ต้องทาผวิในอากาศเย็น ๆแบบนี้ยิ่งต้องบำรุงค่ะ

    ตอบลบ
  6. ใช้อยู่ค่ะ ช่วงนี้ยิ่งใช้เยอะ เพราะผิวแห้งจากอากาศหนาว

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ต้นทับทิม ไม้มงคลความหมายดี

ต้นทับทิม  ไม้มงคลความหมายดี "ต้นทับทิม" คือหนึ่งในไม้มงคลที่หลาย ๆ คนนิยมและคุ้นเคยเป็นอย่างดี เรารู้จัก "ต้นทับทิม" ว่า เป็นไม้มงคลตามความเชื่อของคนจีน  ในทางฮวงจุ้ย "ทับทิม" มีสภาพเป็นหยาง ในงานมงคลต่าง ๆ จะนำยอดทับทิมมาวางหรือปักในถาดสิ่งของที่จัดไหว้ ใช้ยอดทับทิมใส่ในขันน้ำ ทำเป็นน้ำมนต์ ใช้ประพรมทั่วบ้าน  หรือถ้าไปงานศพ ก็จะพกยอดทับทิมติดตัวไป และเมื่อกลับมาถึงบ้านจะใช้น้ำที่แช่ด้วยยอดทับทิมนำมาล้างหน้าก่อนเข้าบ้าน เพื่อล้างสิ่งที่ไม่เป็นมงคลออกไป แหล่งกำเนิด :  หลายคนเข้าใจว่า เมื่อต้นทับทิมเป็นไม้มงคลของชาวจีน จึงน่าจะมีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน แต่ในความเป็นจริงนั้น "ต้นทับทิม" มีถิ่นกำเนิดในภูมิภาคอิหร่านและขยายพันธ์มาที่อินเดีย สเปน อเมริกา แคลิฟอร์เนีย และมาที่จีนรวมถึงไทยด้วย ลักษณะทั่วไป: ต้นทับทิมเป็นไม้พุ่ม มีความสูงขนาด 5-10 เมตร กิ่งมีหนาม ใบเรียงตรงข้ามกัน ใบเรียวยาว 3-7 ซม. ภาพจาก Pixabay.com ดอกมีสีแดง ส้ม สดใส ออกดอกในช่วงหน้าร้อน   ภาพจาก Pixabay.com ผลมีลักษณะกลม ขนาด 8-10 ซม. สีแดง ออกชมพู แดงส้ม หรือออกม่วง (แล้วแต่สายพันธ...

อย่ามองว่าเป็นแค่กาฝาก

อย่ามองว่าเป็นแค่กาฝาก อย่างที่เคยเขียนเกี่ยวกับต้นทับทิมว่าเป็นต้นไม้มงคล ทับทิมไม้มงคลความหมายดี ผู้เขียนจึงปลูกต้นทับทิมไว้ที่หน้าบ้าน ซึ่งต้นสูงเลยรั้วบ้านแล้ว เมื่อหลายเดือนก่อนขณะรดน้ำต้นไม้ ผู้เขียนสังเกตเห็นกาฝาก วิกิพีเดีย กาฝาก กิ่งเล็ก ๆ เกาะอยู่บนยอดทับทิม แต่ก็มองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยก็แค่กาฝาก และต้นทับทิมก็สูงมาก ถ้าจะตัดกาฝากออกต้องปีนบันไดขึ้นไป อย่างนั้นเอาไว้ก่อนละกัน  จากนั้นไม่กี่เดือนต่อมา สังเกตว่าต้นทับทิมที่เคยมีใบเขียวสดชื่น กลับแห้งเหี่ยว ส่วนเจ้ากาฝากกลับมีกิ่งก้านและรากที่โตขึ้นมาก ยึดเกาะกิ่งทับทิมอย่างแน่นหนา เจ้ากาฝากดูดอาหารจากต้นทับทิมนี่เองทำให้ทับทิมเหี่ยวแห้ง ถ้าปล่อยให้ต้นทับทิมยืนแห้งอยู่หน้าบ้านแบบนี้ไม่ดีแน่ มองแล้วหดหู่ดูไม่สดชื่น ผู้เขียนจึงคิดว่าควรตัดออกทั้งต้น แต่เครื่องมือมีเพียงกรรไกรตัดกิ่งไม้กับใบเลื่อยเล็ก ๆ เท่านั้น   แม้เครื่องมือไม่พร้อมแต่ใจพร้อมลุยเลยละกัน แล้วปฏิบัติการเคลียร์คืนความสดชื่นก็เริ่มขึ้น โดยการปีนบันไดขึ้นไปตัดกิ่งที่สามารถตัดได้ก่อน กว่าจะตัดเสร็จเล่นเอามือระบม เพราะกิ่งทับทิมแข็งมีหนามแหลมคม กรรไกรก็เล็ก...

6 วิธีรับมือเมื่อชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร ตอนมือที่สาม

6 วิธีรับมือเมื่อชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร ตอน : มือที่สาม Pixabay กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ถึงจะนานแค่ไหนก็ยังพอจะจำได้อยู่ อ้าว ๆ ไม่ใช่นิทานนะ ขึ้นต้นแบบนี้ไม่ได้ เอาใหม่ค่ะ เรื่องมีอยู่ว่า มีผู้หญิงคนนึงเกิดมาในครอบครัวที่ดี สิ่งแวดล้อมดี การศึกษาดี การงานดี หน้าตาก็ดีพอประมาณ โดยรวมคือทุกอย่างดีไปหมด ต่อมาหญิงสาวคนนี้ก็พบรักกับชายหนุ่มคนหนึ่ง และลงเอยด้วยการแต่งงานกัน ถ้าเป็นนิยายหรือละครก็คงเรียกว่าจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง จริงไหมคะ แต่ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร การแต่งงานมันคือการเริ่มต้นบทละครตอนใหม่ ชีวิตหลังแต่งงานดำเนินไปอย่างเรียบง่ายตามแบบที่ควรจะเป็น เมื่อเริ่มใช้ชีวิตร่วมกัน ต่างคนต่างทำงาน เช้าออกจากบ้าน เย็น - ค่ำกลับมาเจอกัน เสาร์อาทิตย์ไปเดินห้างช้อปปิ้ง กินข้าวนอกบ้าน นาน ๆ ค่อยไปต่างจังหวัดสักครั้ง เวลาผ่านไป 3 ปี ทั้งคู่ยังไม่มีทายาทสืบสกุล หรือที่เรียกว่าโซ่ทองคล้องใจอย่างที่โบราณชอบพูดกัน Pixabay ชีวิตคู่ของคนทั้งสองดำเนินไปอย่างปกติ แต่แล้ววันนึง ฝ่ายหญิงรับรู้ได้ถึงความไม่ปกติหลายอย่าง ตรงนี้คงไม่ต้องบรรยายนะคะ ให้เพื่อน ๆ มโนกันตามสะดวกค่ะ สรุปง่ายๆ คือ ฝ่ายชายไปมีกิ๊ก คู่ข...